Close
title
f
title
แขวงทางหลวงอุตรดิตถ์ที่ 1
UTTARADIT 1 HIGHWAY DISTRICT
วิสัยทัศน์ : ระบบทางหลวงที่สะดวกปลอดภัยเชื่อมโยงการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานของประเทศ
 
ข่าวสารทางหลวง
title
กรมทางหลวง ลงนาม MOU ก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5(บึงกาฬ-บอลิคำไซ)

วันที่14 มิถุนายน 2562 นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยภายหลังพิธีลงนามความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย กับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ว่าด้วยการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ) ณ ศาลากลางจังหวัดบึงกาฬ โดยมีนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายบุนจัน สินทะวง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงโยธาธิการและขนส่งแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นประธานในพิธีว่า เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2562 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้กรมทางหลวง ดำเนินการโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 5 (บึงกาฬ –บอลิคำไซ) พร้อมทั้งอนุมัติการจัดทำและลงนามร่างความตกลงระหว่างรัฐบาล แห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ว่าด้วยการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ) โดยได้มอบให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้แทนรัฐบาลไทยลงนามความตกลง ทั้งนี้ ในส่วนของงบประมาณการก่อสร้างนั้น ฝ่ายไทยใช้เงินงบประมาณในการดำเนินโครงการแบ่งเป็นค่าก่อสร้าง 2,553 ล้านบาท ค่าควบคุมงาน 77 ล้านบาท รวมค่างานที่ฝ่ายไทย ต้องรับผิดชอบทั้งสิ้น 2,630 ล้านบาท ส่วนฝ่าย สปป.ลาว ใช้เงินกู้จากสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) แบ่งเป็นค่าก่อสร้าง 1,256 ล้านบาท ค่าควบคุมงาน 44 ล้านบาท รวมค่างานที่ฝ่าย สปป.ลาว ต้องรับผิดชอบทั้งสิ้น 1,300 ล้านบาท รวมค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างโครงการทั้งสิ้น 3,930 ล้านบาท คาดว่าจะใช้ระยะเวลาดำเนินการก่อสร้าง ประมาณ 36 เดือน อธิบดีกรมทางหลวงกล่าวต่อไปอีกว่า สะพานมิตรภาพไทย - ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ - บอลิคำไซ) มีจุดเริ่มต้นโครงการที่บริเวณจุดตัดทางหลวงหมายเลข 222 (กม.123+430) อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ และจุดสิ้นสุดโครงการที่กม.16+340.580 (จุดตัดถนนสาย 13) เมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว รูปแบบทางหลวงของโครงการเป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจร โดยจะมีช่องจราจรกว้างช่องละ 3.50 เมตร ไหล่ทางกว้าง 2.50 เมตร ในเขตทาง 60 เมตร โดยถนนฝั่งไทยยาว 12.13 กิโลเมตร และถนนฝั่งลาวยาว 2.86 กิโลเมตร รูปแบบสะพานข้ามแม่น้ำโขงเป็นแบบสะพานคานขึงคอนกรีตอัดแรงรูปกล่อง (Extradosed Prestress Concrete Bridge) ขนาด 2 ช่องจราจร มีไหล่ทางและทางเท้าโดยมีความยาวช่วงข้ามแม่น้ำโขง 810 เมตรและทางลาดขึ้นลงสะพานทั้งสองฝั่งรวมความยาวสะพานทั้งหมด 1,350 เมตร มีด่านควบคุม (Border Control Facilities, BCF) อยู่ทั้ง 2 ฝั่งประเทศ และจุดสลับทิศทางจราจรอยู่ในฝั่ง สปป.ลาว เมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะช่วยกระตุ้นการขยายตัวด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และท่องเที่ยวระหว่างไทยกับลาว รวมถึงทำให้การขนส่งสินค้าจากไทยไปสู่ตลาดจีนตอนใต้คล่องตัวขึ้น โดยเฉพาะ “ยางพารา” ที่เป็นพืชเศรษฐกิจของจังหวัดบึงกาฬ ที่เปิดเส้นทางท่องเที่ยว 3 ประเทศ ใน 1 วัน “ไทย-ลาว-เวียดนาม” หลังการคมนาคมเชื่อมโยงถึงกันได้อีกด้วย
title
กรมทางหลวง จัดพิธีฉลองความสำเร็จในการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา (บ้านหนองเอี่ยน-สตึงบท) อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว กับ เมืองปอยเปต ส่งเสริมความเชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้าน อย่างไร้รอยต่อภายในภูมิภาคสนับสนุนโครงข่ายทางหลวงภายใต้กรอบความร่วมมือระเบียงเศรษฐกิจด้านใต้ เศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงและทางหลวงอาเซียน

วันที่ 22 เมษายน 2562 เวลา 07.30 น. นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยภายหลัง พิธีฉลองความสำเร็จในการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา (บ้านหนองเอี่ยน-สตึงบท) อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว กับ เมืองปอยเปต จังหวัดบันเตียเมียนเจย โดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทย และสมเด็จอัคคมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา เป็นประธานว่า ปัจจุบันราชอาณาจักรไทยและราชอาณาจักรกัมพูชา ต่างมีความเจริญ และความมั่นคงทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มีปริมาณการค้าระหว่างประเทศเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะบริเวณชายแดนที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ในฝั่งไทยติดกับจุดผ่านแดนปอยเปต อำเภอโอโจรว จังหวัดบันเตียเมียนเจย ในฝั่งกัมพูชา ส่งผลให้มีการ ขนส่ง “ประชาชน”และ “สินค้า” ข้ามพรมแดนเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่มาซื้อสิ้นค้าที่ตลาดโรงเกลือในบริเวณใกล้เคียง ส่งผลให้การจราจรบริเวณจุดผ่านแดนดังกล่าวมีความหนาแน่น ไม่คล่องตัว การเดินทางใช้ระยะเวลานานขึ้น รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชามีความเห็นร่วมกันว่าควรเปิดจุดผ่านแดนถาวรแห่งใหม่ ภายใต้แนวคิด “แยกคนและสินค้า”ออกจากกันโดยการก่อสร้าง สะพานข้ามพรมแดนแห่งใหม่ที่บ้านหนองเอี่ยน ตำบลท่าข้าม อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ราชอาณาจักรไทย ตรงกับบริเวณบ้านสตึงบท อำเภอโอโจรว จังหวัดบันเตียเมียนเจย ราชอาณาจักรกัมพูชา ซึ่งเน้นการพัฒนาเพื่อรองรับการขนส่ง “สินค้า”ข้ามพรมแดน ส่วนบริเวณบ้านคลองลึก เน้นการพัฒนาเพื่อรองรับการเดินทางและการติดต่อค้าขายระหว่างกันของ ประชาชน รวมถึงนักท่องเที่ยวในพื้นที่ หน่วยงานราชการต่างๆ ของราชอาณาจักรไทยจึงร่วมมือกันจัดทำโครงการพัฒนาทางหลวง เพื่อสนับสนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษ สายอำเภอ อรัญประเทศ-ชายแดนไทย/กัมพูชา (บ้านหนองเอี่ยน-สตึงบท) จังหวัด สระแก้ว ขึ้น ประกอบด้วย การก่อสร้างทางเชื่อมต่อแนวใหม่ การก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำพรมโหด และการก่อสร้าง อาคารด่านพรมแดน ซึ่งกรมศุลกากร จะเป็นผู้รับผิดชอบ และในส่วนของกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมนั้น ได้รับมอบหมายให้ก่อสร้างทางเชื่อมต่อแนวใหม่ในฝั่งไทย และก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำพรมโหด หรือในปัจจุบันเรียกว่า สะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา(บ้านหนองเอี่ยน-สตึงบท) อธิบดีกรมทางหลวงกล่าวต่อไปอีกว่าสำหรับโครงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา กรมทางหลวงได้รับอนุมัติงบประมาณปี พ.ศ.2560 ให้ก่อสร้างสะพาน วงเงินประมาณ 860 ล้านบาท ความยาวสะพาน 620 เมตร (ฝั่งไทย405 เมตร ฝั่งกัมพูชา 215 เมตร) ข้ามคลองพรมโหด ที่บ้านหนองเอี่ยน ตำบลท่าข้าม อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว พร้อมจุดสลับทิศทางการจราจรและถนนเชื่อมต่อในฝั่งไทย ระยะทาง4 กิโลเมตร เป็นถนนขนาด 4 ช่องจราจร เริ่มต้นตั้งแต่จุดตัดทางหลวงหมายเลข 3366 ระยะทางรวมทั้งสิ้น 4.7 กิโลเมตร ดำเนินการก่อสร้างโดยกรมการทหารช่าง กองทัพบก สำหรับงานก่อสร้างทางเชื่อมต่อแนวใหม่ฝั่งไทยและฝั่งกัมพูชา ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2565 สำหรับงานก่อสร้างอาคารด่านพรมแดนทั้งฝั่งไทยและฝั่งกัมพูชาอยู่ระหว่างเตรียมการก่อสร้าง คาดว่าองค์ประกอบโครงการทั้งหมดจะสมบูรณ์เปิดให้บริการประชาชนได้ในปี พ.ศ.2565 การก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา(บ้านหนองเอี่ยน)เป็นการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงระหว่างประเทศที่สำคัญยิ่ง สำหรับการส่งเสริมการเชื่อมโยงทางถนนกับประเทศเพื่อนบ้าน อันจะส่งผลดีต่อความสามารถในการเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อภายในภูมิภาค โครงการนี้มีแนวเส้นทางสนับสนุนโครงข่ายทางหลวงภายใต้กรอบความร่วมมือสำคัญต่างๆ ได้แก่-ระเบียงเศรษฐกิจด้านใต้ ภายใต้ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง-ทางหลวงอาเซียน หมายเลข 1 ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของโครงข่ายทางหลวงอาเซี่ยนภายใต้กรอบประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เชื่อมโยงประเทศเมียนมา ไทย กัมพูชา และเวียดนาม -ทางหลวงเอเชีย หมายเลข 1 ซึ่งเป็นทางที่ยาวที่สุดในโครงข่ายทางหลวงเอเชียภายใต้คณะกรรมการเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของเอเซียและแปซิฟิคแห่งสหประชาชาติ เชื่อมโยงทางหลวงในภาคพื้นทวีปเอเซียต่อไปยังโครงข่ายทางหลวงยุโรปนอกจากนี่ยังเป็นโครงข่ายทางหลวงสำคัญสนับสนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษ จังหวัดสระแก้ว ซึ่งเป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจในกลุ่มที่ถูกจัดลำดับความสำคัญให้ได้รับการพัฒนาในระยะแรกอีกด้วย