Close
title
f
title
แขวงทางหลวงอุตรดิตถ์ที่ 1
UTTARADIT 1 HIGHWAY DISTRICT
วิสัยทัศน์ : ระบบทางหลวงที่สะดวกปลอดภัยเชื่อมโยงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
 
ข่าวสารทางหลวง
title
กรมทางหลวง ก่อสร้างสะพานข้ามแยกนิคมอุตสาหกรรมบ่อวิน จ.ชลบุรี ใกล้แล้วเสร็จ คืบหน้าแล้วกว่า 93%

ลงวันที่ 10/09/2563                 กรมทางหลวง โดย สำนักก่อสร้างสะพาน ได้ดำเนินโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแยกนิคมอุตสาหกรรมบ่อวิน/อีสเทิร์นซีบอร์ด/อมตะซิตี้และแยกปากร่วม จ.ชลบุรี และงานก่อสร้างขยายถนน บนทางหลวงหมายเลข 331 (บริเวณทางแยกต่างระดับมาบเอียง ถึง บริเวณบ้านโป่งสะเก็ด) ระหว่าง กม.37 – กม.49  ระยะทางรวม 11.83 กิโลเมตร คืบหน้ากว่าร้อยละ 93                    ทางหลวงหมายเลข 331 เป็นเส้นทางที่มีปริมาณการจราจรสูงมาก เนื่องจากเป็นเส้นทางสู่แหล่งท่องเที่ยวและแหล่งอุตสาหกรรมที่สำคัญของประเทศ เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทาง  กรมทางหลวงจึงได้ดำเนินโครงการก่อสร้างดังกล่าว ประกอบด้วยงานก่อสร้างสะพาน 24 แห่ง และงานก่อสร้างขยายถนน ลักษณะการก่อสร้างเป็นมาตรฐานทางชั้นพิเศษ เป็นผิวทางคอนกรีต เป็นการออกแบบปรับปรุงขยายช่องจราจรหลักจากเดิมไป 2 ช่องจราจร กลับ 2 ช่องจราจร เพิ่มเป็น ไป 3 ช่องจราจร กลับ 3 ช่องจราจร (ทางหลัก 3 ทางคู่ขนาน 3) โดยช่องจราจรที่ขยายจะอยู่ในเขตทางหลวง ไม่มีการเวนคืนเพิ่มเติม งบประมาณ 3,465,645,159 บาท                    ทั้งนี้โครงการดังกล่าวคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปลายปี  2563 ซึ่งจะช่วยรองรับและบรรเทาปัญหาการจราจรที่ติดขัดโดยเฉพาะบริเวณทางแยก รวมทั้งปริมาณจราจรที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น สนับสนุนการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจ ทั้งภาคการท่องเที่ยวและเกษตรกรรม และเพื่อยกระดับศักยภาพการขนส่งที่เป็นเครือข่ายสำคัญไปสู่การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก กรมทางหลวงขอความร่วมมือผู้ใช้ทาง “ขับรถช้า เปิดไฟหน้า คาดเข็มขัด” ขับขี่ด้วยความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านและผู้ร่วมทาง ประชาชนสามารถสอบถามเส้นทางการเดินทางได้ที่ สายด่วนกรมทางหลวง โทร 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง) 
title
กรมทางหลวง เร่งสร้างจุดพักรถและลานกางเต็นท์บริเวณหมวดเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ เพื่อให้บริการประชาชนและนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ นี้

กรมทางหลวง โดยแขวงทางหลวงเพชรบูรณ์ที่ 1 สำนักงานทางหลวงที่ 6 (เพชรบูรณ์) ติดตามผลการดำเนินงานการก่อสร้าง “จุดพักรถ (REST STOP) และลานกางเต็นท์ (CAMPING AREA) ณ หมวดทางหลวงเขาค้อ” ในทางหลวงหมายเลข 2196 ตอน นางั่ว – ทุ่งสมอ ที่ กม.23+600 ซึ่งปัจจุบันมีผลการดำเนินงานเร็วกว่าแผนที่ตั้งไว้ โดยมีความก้าวหน้า 90 % พร้อมเร่งดำเนินการก่อสร้าง “จุดพักรถ (REST STOP) และลานกางเต็นท์ (CAMPING AREA) ณ หมวดทางหลวงเขาค้อ” ให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด เพื่อให้บริการประชาชนและนักท่องเที่ยว ในการเดินทางช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564 ให้ถึงที่หมายปลายทางอย่างปลอดภัยทุกคน ซึ่งมีทั้งความสะดวก สะอาด และปลอดภัย รวมทั้งยังสามารถจอดรถแวะพักผ่อน สอบถามเส้นทาง กับเจ้าหน้าที่ ก่อนที่จะเดินทางต่อ ซึ่งเป็นการลดความแออัดการจราจรบนทางหลวงได้อีกทางหนึ่ง โดยปรับปรุงภูมิทัศน์ พร้อมจัดเตรียมพื้นที่ ลานกางเต็นท์ (CAMPING AREA) และจุดชมวิว 180 องศา สำหรับชมทะเลหมอกในตอนเช้า สามารถร่วมสนุกกับกิจกรรมกางเต็นท์ รวมถึงการพักผ่อนในบรรยากาศวิวน้ำตกที่มีน้ำไหลตลอดทั้งปี สำหรับประชาชนที่ต้องการแวะพักผ่อนหรือพักค้างคืน สามารถเข้าพักได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น พร้อมบริการประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง เช่น บริการน้ำดื่ม ห้องน้ำ สอบถามข้อมูลทางหลวง เป็นต้น สำหรับการเดินทางมา “จุดพักรถ (REST STOP) และลานกางเต็นท์ (CAMPING AREA) ณ หมวดทางหลวงเขาค้อ” แนะนำให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน ผ่านจังหวัดสระบุรี มุ่งหน้าสู่จังหวัดลพบุรี – เพชรบูรณ์ ตามทางหลวงหมายเลข 21 ผ่านอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ไปถึงแยกนางั่ว ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2196 (นางั่ว – เขาค้อ) ทั้งนี้ กรมทางหลวงขอความร่วมมือโปรดขับรถด้วยความระมัดระวัง ปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายแนะนำ เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง หากประชาชนต้องการสอบถามข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)
title
กรมทางหลวง จับมือ การรถไฟแห่งประเทศไทย ลงนาม MOU การใช้พื้นที่เขตทางหลวง เดินหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน

วันนี้ (28 สิงหาคม 2563) เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุม 2 อาคาร 2 ชั้น 4 กระทรวงคมนาคม นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการใช้พื้นที่เขตทางหลวงในการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ระหว่าง นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย และ นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง โดยมี นายธาริศร์ อิสสระยั่งยืน ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และนายพรเจริญ ธนานาถ ผู้แทนจากบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด ร่วมเป็นสักขีพยานนายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมมุ่งมั่นขับเคลื่อนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งให้มีความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และมีโครงข่ายคมนาคมที่ต่อเนื่องเชื่อมโยงกัน ซึ่งเป็นไปตามยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของไทย ระยะ 20 ปี(พ.ศ. 2560-2579) ภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) โดยโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) เป็นหนึ่งในโครงการที่เชื่อมโยงการเดินทางระหว่างทางบก ทางราง และทางอากาศ ได้อย่างไร้รอยต่อ และเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ซึ่งการรถไฟแห่งประเทศไทยมีความจำเป็นที่จะต้องใช้พื้นที่เขตทางของกรมทางหลวงในการก่อสร้าง ซึ่งทางกรมทางหลวงมีความยินดียิ่งที่จะส่งมอบพื้นที่ให้แก่การรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อใช้ในการดำเนินงานก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน วันนี้จึงถือเป็นนิมิตรหมายอันดีในการร่วมมือกันระหว่าง 2 หน่วยงาน เพื่อพัฒนาระบบคมนาคมของประเทศให้มีให้มีประสิทธิภาพ สร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติและประชาชนนายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่ากรมทางหลวงมีความยินดีอย่างยิ่งที่มีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนการพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน เพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม สร้างรากฐานทางสังคมและเศรษฐกิจ ซึ่งภายหลังการใช้พื้นที่กรมทางหลวงแล้วเสร็จ การรถไฟฯ จะต้องดำเนินการปรับปรุง ซ่อมแซม แก้ไข พื้นผิวการจราจร ระบบระบายน้ำต่าง ๆ ให้เรียบร้อย จากนั้นจึงส่งมอบทางคืนให้กับกรมทางหลวงต่อไปด้าน นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในการดำเนินการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน การรถไฟแห่งประเทศไทย จำเป็นต้องขอใช้พื้นที่ในเขตทางหลวงสำหรับการดำเนินโครงการฯ ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงบางส่วนเพื่อดำเนินการ ซึ่งการรถไฟฯ ต้องขอบคุณกรมทางหลวงที่อนุญาตให้โครงการฯ สามารถเข้าดำเนินการในพื้นที่ เพื่อพัฒนาโครงการฯ ได้ ทั้งนี้ การรถไฟฯ จะดำเนินการในพื้นที่ของกรมทางหลวงอย่างเหมาะสม และเป็นไปตามเงื่อนไขที่ตกลงอย่างเคร่งครัดและส่งผลกระทบต่อสภาพการจราจร ผู้ใช้ทางและคนเดินเท้าให้น้อยที่สุด เพื่อสร้างประโยชน์แก่ประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งหลังจากลงนามข้อตกลงกันแล้ว การรถไฟฯ และกรมทางหลวง จะแต่งตั้งคณะทำงานตามกฎหมาย เพื่อร่วมกันพิจารณาแก้ไขปัญหาหรืออุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินการตามบันทึกข้อตกลง โดยคณะทำงานทั้งสองคณะจะประชุมร่วมกันอย่างน้อยทุก 2 เดือน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่นสำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) เป็นโครงการรถไฟความเร็วสูงระยะทาง 220 กิโลเมตร มีแนวเส้นทางเชื่อมโยงท่าอากาศยานสำคัญของประเทศ โดยเริ่มต้นที่ท่าอากาศยานดอนเมือง วิ่งตรงเข้าสู่สถานีกลางบางซื่อ ผ่านสถานีมักกะสัน เลี้ยวเข้าสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มุ่งหน้าต่อไปตามแนวทางรถไฟสายตะวันออก ผ่านแม่น้ำบางปะกง เข้าสู่สถานีฉะเชิงเทรา สถานีชลบุรี สถานีศรีราชา สถานีพัทยา และเข้าสู่ท่าอากาศยานอู่ตะเภาเป็นสถานีสุดท้าย ระยะทางรวม 220 กิโลเมตร โดยขบวนรถสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ช่วยลดระยะเวลาในการเดินทาง ส่งเสริมการท่องเที่ยว และเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน