Close
title
f
title
แขวงทางหลวงอุตรดิตถ์ที่ 1
UTTARADIT 1 HIGHWAY DISTRICT
วิสัยทัศน์ : ระบบทางหลวงที่สะดวกปลอดภัยเชื่อมโยงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
 
ข่าวสารทางหลวง
title
การประชุมการมีส่วนร่วมของประชาชน โครงการแผนงานบูรณาการพัฒนาพื้นที่ระดับภาคพัฒนาทางหลวงหมายเลข 102 ตอน ห้วยไผ่ - ห้วยช้าง ระหว่าง กม. 19+000 – กม. 22+214

วันที่ 4 สิงหาคม 2563 เวลา 09.30 น.         นายนรินทร์ ศรีสมพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงที่ 5 (พิษณุโลก) เป็นประธานการประชุมการมีส่วนร่วมของประชาชน โครงการแผนงานบูรณาการพัฒนาพื้นที่ระดับภาคพัฒนาทางหลวงหมายเลข 102 ตอน ห้วยไผ่ - ห้วยช้าง ระหว่าง กม. 19+000 – กม. 22+214 โดยมี นายเสกสรรค์ ครุฑบึงพร้าว ผู้อำนวยการส่วนแผนงานสำนักงานทางหลวงที่ 5 (พิษณุโลก) นายจรงค์ สุภัทรากุล ผู้อำนวยการส่วนสำรวจและออกแบบ สำนักงานทางหลวงที่ 5 (พิษณุโลก) และนายสมศักดิ์ จึงสำเร็จการ นิติกรชำนาญการ สำนักงานทางหลวงที่ 5 (พิษณุโลก) เป็นวิทยากรให้คำแนะนำแก่ประชน          ทั้งนี้ นายกฤษณ์ หย่ำวิไล ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงอุตรดิตถ์ที่ 1 พร้อมหัวหน้าส่วนที่เกี่ยวข้องและประชาชนผู้อาศัยสองข้างทางร่วมรับฟังความคิดเห็น ณ วัดวรดิตถาวาส (วัดตลิ่งต่ำ) อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ #เรารักกรมทางหลวง#กรมทางหลวง
title
รมว.คมนาคม ตรวจโครงการก่อสร้างทางยกระดับบนทางหลวงหมายเลข 35(ถนนพระราม 2) เน้นระหว่างการก่อสร้างทำงานแบบ 4 มิติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน

ลงวันที่ 20/07/2563 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และคณะฯ ลงพื้นที่ตรวจความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางยกระดับพระราม 2 สาย ธนบุรี – ปากท่อ ตอน ทางแยกต่างระดับบางขุนเทียน – เอกชัย ของกรมทางหลวง และ โครงการทางพิเศษ สาย พระราม 3 – ดาวคะนอง – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก (สัญญาที่2) ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย โดยมีนายสรา วุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง และคณะผู้บริหารกรมทางหลวง ร่วมลง พื้นที่ฯ ณ โครงการก่อสร้างทางยกระดับฯ กม.15+800 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยหลังรับฟังสรุปภาพรวมความคืบหน้าของการก่อสร้าง ว่า วันนี้เป็นการติดตามผลการดำเนินงานนโยบายการบริหารโครงการขนาดใหญ่ของกรมทางหลวงและการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ซึ่งระหว่างการก่อสร้างจะต้องดำเนินการแบบ 4 มิติ ได้แก่ มิติการประชาสัมพันธ์ มิติการเร่งรัดการก่อสร้าง มิติการบริหารจราจร และมิติการบริหารพื้นที่ร่วมกับโครงการอื่น พร้อมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ผู้อำนวยการเขตบางขุนเทียนและเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังได้ตรวจการปฏิบัติงานของศูนย์บูรณาการสั่งการ Single Command Center ในการบริหารจัดการจราจร/การประชาสัมพันธ์/การให้ความช่วยเหลือ เพื่อให้ทั้งสองหน่วยงานดำเนินโครงการไปในทิศทางเดียวกันต่อไป นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ที่ผ่านมา กรมทางหลวง ได้ดำเนินการนำเครื่องจักรเข้าพื้นที่ในโครงการก่อสร้างทางยกระดับบนทางหลวงหมายเลข 35 สาย ธนบุรี – ปากท่อ (ถนนพระราม2) ตอน ทางแยกต่างระดับบางขุนเทียน – เอกชัย ระยะทางประมาณ 8.335 กิโลเมตร จำนวน 2 จุด ได้แก่ กม.14+000 ถึง กม.15+000 และ กม.18+000 ถึง กม.20+295 โดยกั้นพื้นที่ทำงานเพียง 1 ช่องจราจรด้านชิดเกาะกลางเท่านั้น ทำให้มีช่องการจราจรทิศทางละ 6 ช่องจราจร พร้อมติดตั้งป้ายเตือนตลอดทั้งโครงการบริเวณจุดเข้า-ออกพื้นที่ก่อสร้างและบริเวณจุดเริ่มต้น-สิ้นสุด เขตก่อสร้าง รวมทั้ง ติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างและไฟสัญญาณเตือน เพื่อความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้เส้นทาง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมิติการบริหารการจราจรและเป็นไปตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยระหว่างการก่อสร้างผู้ใช้ทางสามารถติดตามสภาพการจราจรแบบ Real Time ได้ที่แอพพลิเคชั่น “Thailand Highway Traffic” อีกด้วย อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของโครงการปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2)ตอน ทางแยกต่างระดับบางขุนเทียน – เอกชัย ระยะทาง 11.7 กิโลเมตร ปัจจุบันมีความคืบหน้าเร็วกว่าแผนที่ตั้งไว้โดยแบ่งเป็นตอน 1 กม.9+800 – 13+300 คืบหน้า 72% ตอน 2 กม.13+300 – 17+400 คืบหน้า 80% และ ตอน 3 กม.17+400 – 21+500 คืบหน้า 89% ซึ่งคาดว่าโครงการดังกล่าวจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในปี 2563ทั้งนี้ ขอความร่วมผู้ใช้ทางขับขี่อย่างระมัดระวัง ปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายแนะนำ อย่างเคร่งครัดหากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือแจ้งเหตุระหว่างก่อสร้างได้ที่สำนักโครงการทางยกระดับฯ โทร 034 181195 หรือ สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)
title
กรมทางหลวง สรุปอุบัติเหตุบนทางหลวงเดือนพฤษภาคม 2563 อุบัติเหตุลดลง 14% พร้อมขอความร่วมมือปฏิบัติตามกฎจราจร

กรมทางหลวง โดยสำนักอำนวยความปลอดภัย ได้สรุปรายงานข้อมูลอุบัติเหตุบนทางหลวงทั่วประเทศประจำ เดือนพฤษภาคม 2563 จากการรายงานอุบัติเหตุทางระบบ HAIMS พบว่า อุบัติเหตุเกิดขึ้นบนทางหลวงในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง จำนวน 1,042 ครั้ง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 175 คน ได้รับบาดเจ็บทั้งสิ้น 776 คน จำนวน รถที่เกิดอุบัติเหตุ 1,527 คัน เป็นเหตุให้ทรัพย์สินของกรมทางหลวงเสียหายประมาณ 12 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบสถิติอุบัติเหตุประจำเดือนพฤษภาคม ๒๕62 จำนวนอุบัติเหตุลดลงจากปีที่ผ่านมา 13% ผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 17% บาดเจ็บลดลง 29% จำนวนรถที่เกิดอุบัติเหตุลดลง 14% ซึ่งสาเหตุหลักการเกิดอุบัติเหตุมาจากผู้ขับขี่ขับรถด้วยความเร็วสูงกว่ากฎหมายกำหนด 70% (728 ครั้ง) รองลงมาได้แก่ การตัดหน้าระยะกระชั้นชิด 9% (95 ครั้ง) หลับใน 6% (65 ครั้ง) และอุปกรณ์รถบกพร่อง 6% (63 ครั้ง) สำหรับอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดบริเวณทางตรง 64% (663 ครั้ง) ทางโค้งปกติ 14% (144 ครั้ง) และจุดเปิดเกาะกลางถนน 7% (70 ครั้ง) ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่ ได้แก่ รถปิคอัพบรรทุก 4 ล้อ 44% (665 คัน) รถยนต์นั่ง 21% (322 คัน) และรถจักรยายนต์ 14% (207 คัน) ซึ่งหากจำแนกตามภาคของการเกิดอุบัติเหตุพบว่าเส้นทางในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเกิดอุบัติเหตุสูงสุด 23% ภาคเหนือ 22% และภาคใต้ 14% นอกจากนี้ ทางหลวงที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ ทางหลวงหมายเลข 7 ถนนศรีนครินทร์ – บางปะกง จำนวน 59 ครั้ง หากจำแนกตามรายจังหวัดพบว่ากรุงเทพมหานครเกิดอุบัติเหตุสูงสุด รองลงมาได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดชลบุรี ตามลำดับ ทั้งนี้ กรมทางหลวงได้มีมาตรการแก้ไขที่ได้ดำเนินการร่วมกับตำรวจทางหลวงในการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการตรวจจับความเร็วยานพาหนะที่วิ่งบนทางหลวง ซึ่งเป็นมาตรการที่สำคัญในการลดและป้องกันอุบัติเหตุ ที่อาจเกิดขึ้น กรมทางหลวงขอความร่วมมือผู้ใช้ทางโปรดขับขี่ด้วยความระมัดระวัง เพื่อความปลอดภัยของท่านและ ผู้ร่วมทาง รวมถึงป้องกันและลดอุบัติเหตุให้ได้ประสิทธิผลอีกด้วย หากประชาชนผู้ใช้ทางต้องการแจ้งอุบัติเหตุหรือสอบถามข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด ๒๔ ชั่วโมง) สายด่วนมอเตอร์เวย์ 1586 กด 7 และตำรวจทางหลวง 1193 ตลอด ๒๔ ชั่วโมง